ทนายโกหกแทนลูกความได้ไหม? เปิดเส้นบางๆ ระหว่าง "การแก้ต่าง" กับ "การติดคุก"

ทนายโกหกแทนลูกความได้ไหม? เปิดเส้นบางๆ ระหว่าง "การแก้ต่าง" กับ "การติดคุก"

ทนายโกหกแทนลูกความได้ไหม? เปิดเส้นบางๆ ระหว่าง "การแก้ต่าง" กับ "การติดคุก"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทนายโกหกแทนลูกความ ถือว่ามีความผิดไหม? เปิดเส้นแบ่งระหว่าง “หน้าที่ทนาย” กับ “จริยธรรมวิชาชีพ”

ทนายโกหกแทนลูกความผิดไหม? เปิดหน้าที่จริงของทนายความ เส้นแบ่งระหว่างการปกป้องสิทธิ การรักษาความลับ และการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

เมื่อเกิดคดีความขึ้น หลายคนมักตั้งคำถามว่า “ถ้าทนายรู้ว่าลูกความทำผิด แต่ยังออกมาสู้คดี หรือพูดแทนลูกความ แบบนี้ถือว่าโกหกหรือไม่?” เพราะภาพจำของคนจำนวนไม่น้อยมองว่าทนายคือคนที่ต้อง “ช่วยให้ลูกความชนะคดี” จนบางครั้งเข้าใจว่าอาจต้องทำทุกวิถีทาง

แต่ในความเป็นจริง บทบาทของทนายความไม่ได้หมายถึงการสร้างเรื่องเท็จหรือปกปิดความจริง แต่คือการทำหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้ลูกความได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม

ทนายความมีหน้าที่ “ปกป้องสิทธิ” ไม่ใช่ “สร้างเรื่องโกหก”

หลักสำคัญของวิชาชีพทนายความ คือการเป็นตัวแทนทางกฎหมายของลูกความ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ตรวจสอบข้อเท็จจริง นำเสนอข้อกฎหมาย และช่วยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างถูกต้อง

ดังนั้น แม้ลูกความจะถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ทนายยังสามารถรับว่าความได้ เพราะทุกคนมีสิทธิได้รับการต่อสู้คดีและมีสิทธิได้รับการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม

การที่ทนายยืนอยู่ฝ่ายจำเลย ไม่ได้หมายความว่าทนายเห็นด้วยกับการกระทำของลูกความ หรือกำลังช่วยปกปิดความผิด แต่เป็นการทำหน้าที่ให้ศาลพิจารณาจากหลักฐานและข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน

แล้วถ้าทนาย “โกหกแทนลูกความ” ผิดหรือไม่?

คำตอบคือ หากเป็นการจงใจสร้างข้อมูลเท็จ นำเสนอหลักฐานปลอม หรือหลอกลวงกระบวนการยุติธรรม อาจมีความผิดได้

แตกต่างจากการใช้สิทธิของทนาย เช่น

  • โต้แย้งว่าหลักฐานของฝ่ายตรงข้ามไม่น่าเชื่อถือ
  • ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
  • เสนอข้อกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อลูกความ
  • ขอให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงอีกมุมหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้ถือเป็น “หน้าที่ในการต่อสู้คดี” ไม่ใช่การโกหก

แต่หากทนายรู้ข้อเท็จจริงว่าไม่เป็นเช่นนั้น แล้วจงใจให้ข้อมูลเท็จต่อศาล หรือจัดทำหลักฐานปลอมเพื่อช่วยลูกความ ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

ถ้าลูกความสารภาพกับทนาย ทนายต้องเปิดเผยหรือไม่?

อีกหนึ่งคำถามที่คนสงสัยมาก คือ “ถ้าลูกความบอกความจริงกับทนาย ทนายสามารถนำไปเปิดเผยได้หรือไม่?”

โดยหลักวิชาชีพ ทนายความมีหน้าที่รักษาความลับของลูกความ ข้อมูลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ไม่สามารถนำไปเปิดเผยตามอำเภอใจได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากลูกความหรือมีเหตุที่กฎหมายกำหนดไว้

หลักการรักษาความลับนี้เป็นส่วนสำคัญของความไว้วางใจระหว่างทนายกับลูกความ เพราะหากประชาชนไม่สามารถพูดความจริงกับทนายได้ การให้คำปรึกษาทางกฎหมายและการต่อสู้คดีก็อาจไม่เกิดประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การรักษาความลับไม่ได้หมายความว่าทนายสามารถช่วยสร้างเรื่องเท็จ หรือร่วมมือกับลูกความเพื่อกระทำผิดได้

เส้นแบ่งสำคัญ: “แก้ต่าง” กับ “โกหก”

หลายครั้งความเข้าใจผิดเกิดจากการแยกไม่ออกระหว่างสองสิ่งนี้

การแก้ต่างให้ลูกความ (ทำได้)

  • ตรวจสอบว่าหลักฐานถูกต้องหรือไม่
  • ชี้ข้อผิดพลาดในกระบวนการ
  • อธิบายข้อกฎหมาย
  • นำเสนอเหตุผลที่เป็นประโยชน์ต่อลูกความ

การโกหกเพื่อช่วยลูกความ (ทำไม่ได้)

  • สร้างพยานหลักฐานปลอม
  • แต่งเรื่องหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง
  • ให้ข้อมูลเท็จต่อศาล
  • ช่วยให้บุคคลหลีกเลี่ยงความรับผิดโดยมิชอบ

ทนายผิดจรรยาบรรณ มีบทลงโทษอย่างไร?

ทนายความอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ด้าน “มรรยาททนายความ” ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ซึ่งกำหนดพฤติกรรมที่ทนายต้องปฏิบัติและข้อห้ามต่าง ๆ

หากทนายฝ่าฝืน อาจถูกดำเนินการทางวินัยด้านมรรยาททนายความ โดยบทลงโทษขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของพฤติการณ์ เช่น การภาคทัณฑ์ การห้ามประกอบวิชาชีพตามระยะเวลาที่กำหนด หรือการลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความในกรณีร้ายแรง

ทำไมกฎหมายจึงยังต้องมี “ทนายให้ผู้ถูกกล่าวหา”?

ในมุมมองของกระบวนการยุติธรรม การมีทนายไม่ได้มีไว้เพื่อช่วยให้คนผิดพ้นผิดเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนบริสุทธิ์ถูกลงโทษ และทำให้ทุกฝ่ายได้รับโอกาสในการนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างเท่าเทียม

เพราะหน้าที่ของศาลคือการตัดสินจากพยานหลักฐาน ไม่ใช่จากกระแสสังคมหรือความคิดเห็นของคนทั่วไป

ดังนั้น การมีทนายอยู่ข้างผู้ถูกกล่าวหา จึงไม่ได้หมายความว่าทนายกำลัง “เข้าข้างคนผิด” เสมอไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบยุติธรรมที่ให้ทุกคนมีสิทธิได้รับการต่อสู้ตามกฎหมาย

สรุป: ทนายโกหกแทนลูกความผิดไหม?

ทนาย สามารถปกป้องลูกความ แม้ลูกความจะถูกกล่าวหาว่าทำผิดได้ เพราะเป็นหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม

แต่ทนาย ไม่มีสิทธิสร้างเรื่องโกหก ปลอมหลักฐาน หรือหลอกลวงศาลเพื่อช่วยลูกความ เพราะอาจเป็นทั้งความผิดตามกฎหมายและผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

เส้นแบ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ทนายกำลัง “ใช้กฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิ” หรือกำลัง “บิดเบือนความจริงเพื่อช่วยให้ใครบางคนพ้นผิด”

แหล่งอ้างอิง

  • ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529
  • พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528
  • แนวทางเกี่ยวกับมรรยาททนายความและหน้าที่รักษาความลับลูกความ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล